Norepinephrine

Reposted from March 25, 2019 มาทำความรู้จักกับอุปสรรคที่ทุกคนต้องเอาชนะมันให้ได้ในรูปแบบวิทยาศาสตร์กันหน่อย อุปสรรคนั้นคือ “ความกลัว” ผมคิดว่านักกอล์ฟทุกคน ต้องเคยเจอประสบการณ์ที่เล่นกอล์ฟด้วยความกลัวกันมาไม่มากก็น้อย ความกลัวนั้นมีมากมายเหลือเกิน มันมีอยู่ในทุกโมเม้นต์ของการเล่นกอล์ฟ บางวันทุกอย่างดูดีไปหมดจึงทำให้เราเล่นกอล์ฟด้วยความมั่นใจ แต่วันที่ทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ความกังวล ความกลัว มันก็จะมาวนเวียนอยู่ในความคิดของเราตลอดเวลาที่เราอยู่ในสนาม แล้วมันก็จะทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า.. เรากลัวที่จะแพ้ เรากลัวช็อตทีออฟเพราะในสมองเรามองเห็นแต่อุปสรรคแทนที่จะมองเห็นแฟร์เวย์ เรากลัวการพัตต์เก็บระยะขาสั้น และเราก็กลัวว่าเราจะทำผลงานตามที่เราคาดหวังไว้ไม่ได้ แถมเรายังกลัวที่จะเสียตังเพื่อน (เสียตังไม่เท่าไหร่แต่ศักดิ์ศรีนี่สิ! เรื่องใหญ่!!) ในเมื่อความกลัวมันส่งผลกระทบอย่างมากในการเล่นกอล์ฟ ก่อนที่เราจะสู้กับมัน เราควรทำความรู้จักความกลัวให้มากขึ้นอีกหน่อย และถ้าใครติดตาม Facebook Page: C2P_Golf จะรู้ว่า มันต้องมาแนววิทยาศาสตร์แน่ ๆ ต้องมีคำศัพท์แปลกใหม่อีกแน่ ใช่ครับ “Norepinephrine” อ่านว่า นอร์อิพิเนฟริน เคยสงสัยไหมครับว่าเวลาหัวใจเราเต้นเร็วขึ้น เหงื่อเริ่มออกจากฝ่ามือโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรากลัว ทั้งสองอย่างนั้นมันเกิดมาจากการปล่อยเจ้าตัว นอร์อิพิเนฟริน ออกมาจากร่างกายเรานั่นเอง นอร์อิพิเนฟรินเรียกได้อีกอย่างว่า Stress Hormone หรือ ฮอร์โมนที่ตอบสนองต่อภาวะความเครียด ฮอร์โมนนี้เวลาที่เรากลัวมันจะส่งผลโดยตรงกับร่างกายเราหลายอย่างมาก ๆ ถ้าจะเอาที่เกี่ยวข้องกับกอล์ฟผมขอยกตัวอย่างสัก 2 ข้อให้พอเห็นภาพกันครับ      1. Norepinephrine

Review (รีวิว) Part 3 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

Reposted from Mar 12, 2019 จากบทความ Part2 เพื่อน ๆ น่าจะพอเห็นภาพกันแล้วไม่มากก็น้อย ว่าเทคโนโลยีการเรียนการสอนกอล์ฟสมัยใหม่จะช่วยเราได้อย่างไร หลังจากที่โปรฟี่ฟ่าวิเคราะห์วงเสร็จแล้วว่าปัญหาของผมคือมีแนวการเข้าอิมแพคที่เป็นแบบ In to out มากเกินไป หลาย ๆ ลูกที่ลองตี ลูกจะพุ่งออกไปทางขวายาว ๆ หลายลูกเลย บางลูกก็ดรอว์มากจนเกินไป โปรก็อธิบายให้เห็นภาพว่า ปกติแล้วโปรส่วนใหญ่จะตี In to out ประมาณ 2 องศา แต่ในเคสผมนั้น In to out ไปที่ 9 องศา ซึ่งจุดนี้นี่แหละครับที่ทำให้ผมเห็นภาพได้ชัดขึ้นเยอะเลยว่า แนวสวิงของเรานั้นผิดไปจากมาตรฐานถึง 7 องศา เพราะฉะนั้นสิ่งที่โปรแนะนำคือต้องปรับแนวสวิงให้ดีขึ้นก่อน ยังไม่ต้องไปสนใจเรื่องหน้าไม้มากนัก… ** Golf Tip โปรบอกว่า การแก้ไขที่แนวการเข้าลูกนั้นจะง่ายกว่าการพยายามควบคุมเรื่องหน้าไม้ ** และการที่จะแก้ไขแนวการเข้าให้ดีขึ้นได้ส่วนใหญ่จะมาจากการลำดับของร่างกาย (กล้ามเนื้อใหญ่) จากอาการของผมเมื่อวิเคราะห์จากวีดีโอที่ถ่ายด้วยมุม Face On

Review (รีวิว) Part 2 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

  ทั้งหมดที่พูดถึงผมจะพยายามอธิบายเพื่อให้เห็นภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ในช่วงเริ่มต้นการเรียน โปรฟีฟ่าก็ชวนพูดคุยด้วยความเป็นกันเองครับ ว่าปกติออกรอบบ่อยแค่ไหน มีเกมส์กอล์ฟในส่วนไหนที่อยากแก้ไขหรืออยากพัฒนาเป็นพิเศษบ้างและอื่น ๆ พร้อมทั้งให้ทำการวอร์มอัพเหมือนเวลาเราออกรอบจริง ถ้าถามผม ผมจะบอกว่านี้คือ First impression ที่ดีมากครับในการเริ่มเรียนกอล์ฟ มันเหมือนกับว่าโปรฟีฟ่ากำลังพยายามทำความเข้าใจใน Background ของผมและทำให้ตัวผู้เรียนได้เกิดการผ่อนคลาย   บางคนอาจจะงงทำไมผมถึงเอาเรื่องนี้มาเล่า… ผมอยากให้ลองจินตนาการเวลาเราไปหาหมอครับ เพื่อน ๆ คงจะรู้สึกได้ระหว่างหมอคนที่ถามไถ่อาการของเรา กับหมอคนที่พอไปเจอก็พูดคุยอยู่แปบเดียวแล้วก็อยากจะสั่งยาให้เราอย่างเดียว ผมว่าเพื่อน ๆ คงชอบไปรักษากับหมอที่ถามไถ่อาการของเราแบบละเอียดมากกว่าถูกไหมครับ หลังจากนั้นโปรฟีฟ่าก็ให้เริ่มตีจริงกับเครื่อง FlightScope โดยเริ่มจากเหล็กสั้น เพื่อดูว่าวงสวิงของเราเป็นแบบไหน พอสวิงไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นเหล็ก 7 พร้อมทำการถ่ายวีดีโอทั้งมุม Face On และ Down the line ซึ่งกล้องที่ใช้ถ่ายนั้นถูกติดตั้งไว้เรียบร้อย (ดูรูปประกอบได้เลยครับ)   เหล็ก 7 ที่ซ้อมตีกับเครื่องในวันนั้นผมได้ระยะประมาณ 164-174 หลา ที่ความเร็วหัวไม้ประมาณ 90mph ซึ่งเป็นอะไรที่ Surprise ผมมากครับ เพราะที่ผ่านมาผมคิดว่าผมตีเหล็กได้ประมาณ 150-160 หลาแค่นั้น แต่การซ้อมกับ FlightScope และกล้องวีดีโอความเร็วสูงนั้น มันเห็นค่าและเห็นภาพมากกว่าการซ้อมในสนามไดร์ฟปกติเยอะมากเลยครับ เช่น ในภาพคือการตีเหล็ก 7 พร้อมกับการแสดงค่าต่าง ๆ ผ่านทางหน้าจอ

Review (รีวิว) Part 1 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

Reposted from Mar 10, 2019 นี่ไม่ใช่โพสโฆษณา แต่เป็นโพสของความรู้สึก Review (รีวิว) การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมากบ้าง อันดับแรกขอพูดถึงตัวโปรนพคุณ วงค์หล่อ ก่อนเลยครับ ผมว่านักกอล์ฟในเมืองไทยน่าจะรู้จักโปรนพกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อยากจะขอพูดถึงโปรนพ ในมุมมองส่วนตัวของผมให้เพื่อน ๆ ฟังกันครับ   ถ้าใครที่เป็นแฟนคลับแฟนเพจของโปรนพแบบผม คงพอจะจำกันได้เมื่อหลายปีก่อนที่วงการกอล์ฟบ้านเรายังไม่ได้มีเครื่องมือการเรียนการสอนที่ทันสมัยขนาดนี้ สมัยนั้นโปรนพได้ทำการวิเคราะห์วิงสวิงให้นักกอล์ฟที่ส่งวงสวิงไปให้แบบฟรี ๆ! (ซึ่งหายากมากใครที่จะทำแบบนี้) ผ่านทางเฟซบุคเพจ และโปรนพช่วยวิเคราะห์ให้แบบละเอียดมาก ๆ โดยการพิมพ์ตอบผ่านทางเฟซบุค ซึ่งโปรนพ วิเคราะห์วงสวิงให้นักกอล์ฟร่วมหลักร้อยคนได้ และผมเองก็ได้เรียนรู้การวิเคราะห์วงสวิงของโปรนพจากการวิเคราะห์วงนักกอล์ฟคนอื่น ๆ และทำให้ผมมีความรู้เรื่องวงสวิงกอล์ฟเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ที่พูดมายืดยาวขนาดนี้ก็เพราะอยากให้เพื่อน ๆ เห็นใน Passion และความตั้งใจในการสอนของโปรนพที่อยากให้นักกอล์ฟพัฒนาโดยไม่มีการกั๊กความรู้เลย วิเคราะห์ให้นักกอล์ฟทุกคนแบบเต็ม ๆ เท่านั้นยังไม่พอนอกจาก Passion ในการสอนของตัวโปรนพเอง โปรนพยังมี Passion ในการศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการบินไปเรียนกับ

Break Out of Your Comfort Zone

Reposted from February 18, 2019 ออกจาก Comfort Zone คำพูดที่ได้ยินบ่อย ๆ จนเบื่อ… แล้วทำไมต้องออกจาก Comfort Zone ด้วยหละ ไม่ออกจาก Comfort Zone ได้ไหม?? ก่อนที่เราจะไปหาคำตอบกัน เราควรต้องปูพื้นฐานคำศัพท์ที่ต้องรู้จักกันก่อน คำศัพท์นี้ผมว่ามันดูเท่ห์ ดูวิทยาศาสตร์ดี ผมได้มาจากหนังสือเล่มเดิมครับ Peak (อีกแล้วเล่มนี้) คำนั้นคือ Homeostasis อ่านว่า โฮมิโอสเตสิส จากบทความที่แล้ว เราพูดถึง Myelin บทความนี้ Homeostasis ผมว่าเราเริ่มจะมาแนววิทยาศาสตร์กันเต็มตัวแล้ว Homeostasis ความหมายของมันคือ สภาวะสมดุล หรือ ภาวะธำรงดุลอันนี้ยิ่งฟังดูยากไปอีก เอาเป็นว่าเราใช้คำว่า สภาวะสมดุล น่าจะดูดีกว่า อย่างที่บอกครับ Homeostasis คือสภาวะสมดุล  ตอนที่เพื่อน ๆ กำลังอ่านบทความอยู่ตอนนี้ก็คือสภาวะที่เรียกว่า Homeostasis เช่นกัน ทำไมหละ ก็เพราะร่างกายของเราอยู่ในโหมดสภาวะปกติ อุณหภูมิร่างกายเราคงที่ หัวใจก็เต้นด้วยจังหวะคงที่ ความดันโลหิตก็คงที่

Myelin คืออะไร??

Reposted from February 11, 2019 เคยมีคนไปถามสวิงโค้ชของ จัสติน โรส นักกอล์ฟหมายเลข 1ของโลก ณ วันนี้ ว่าทำยังไงจัสติน โรส ถึงได้เขยิบจากนักกอล์ฟอันดับ 76 มาถึง อันดับ 5 ของโลกได้ภายเวลา 3 ปี (คำถามเมื่อปี 2013) โค้ชของจัสตินโรส (Sean Foley) ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากมายครับ เพียงแค่พูดออกมา 1 คำ ซึ่งทำให้รู้ได้เลยว่า Sean Foley เป็นโค้ชที่ให้ความสำคัญในเรื่องของวิทยาศาสตร์กับการพัฒนานักกอล์ฟสุด ๆ ไม่แปลกใจเลยที่ ไทเกอร์ วูดส์ เคยเลือกให้ Sean Foley มาเป็นสวิงโค้ชให้ไทเกอร์…. Sean Foley ตอบคำถาม คนที่มาถามด้วยคำว่า Myelin! เพียงคำเดียว…. What!! Myelin (ไมอีลิน) มันคือชื่อเทคนิคสวิงกอล์ฟหรอ? หรือเป็น Drill ที่จัสตินโรสใช้ฝึกวงสวิง? มีใครตั้งคำถามเหมือนผมบ้าง… สำหรับใครที่เห็นคำว่าไมอีลินแล้ว

มาพัฒนาสมองของเรากันเถอะ EP2

Reposted from January 31, 2019 บทความต่อเนื่องจากเมื่อวาน… “ใครที่อยากพัฒนาตัวเอง ทำมานานแล้วแต่ยังไม่เห็นผล” ลองอ่านบทความนี้ดูครับ ตอนนี้เรารู้แล้วว่าสมองของเรานั้นสามารถเพิ่มขนาดและมีการพัฒนาปรับตัวให้สมองของเราทำงานได้ดีและเร็วขึ้นกว่าเดิม ถ้าหากเรามีการฝึกฝนที่เข้มข้นเพียงพอ อย่างเช่นตัวอย่างของคนขับรถแทกซี่ที่ลอนดอนที่สมองในส่วน Hippocampus มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อผ่านการทดสอบที่เข้มข้นและการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับคนที่สอบไม่ผ่านหรือเทียบกับคนขับรถบัสตามที่ได้เล่าไว้ในบทความที่แล้ว ตอนนี้เพื่อน ๆ อาจจะงงว่า สมองเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือหรือมีขนาดใหญ่กว่าเดิมแล้วยังไงต่อ… เปรียบเทียบง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ถ้ามองว่าสมองเราเปรียบเสมือน CPU ของโทรศัพท์มือถือ เราทุกคนคงต้องการ CPU ที่แรงเร็วและเป็น CPU รุ่นใหม่ล่าสุดเสมอถูกไหมครับ เราจะเปลี่ยน CPU ตัวใหม่แรง ๆ ได้ก็โดยการซื้อโทรศัพท์รุ่นใหม่ แต่สมองของเรามันหาซื้อใหม่ไม่ได้และถ้าจะเปลี่ยนสมองเอาสมองของคนเก่ง ๆ มาใส่ในหัวของเรา แลดูแล้วก็เป็นเรื่องที่เกินจริงไปหน่อย ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้ว่าโทรศัพท์รุ่นใหม่มาพร้อมกับ CPU ที่เร็วและแรงขึ้น ประสิทธิภาพก็มากขึ้นและเราเองก็อยากให้สมองเราเป็นแบบนั้น ในเมื่อสมองของเราก็คือ CPU ที่ควบคุมร่างกายและจิตใจ เราจะทำยังไงให้สมองของเราเป็นสมองที่เร็วขึ้น แรงขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น คำตอบก็คือ เปลี่ยนรูปแบบการฝึกใหม่ที่เข้มข้นกว่าเดิมหรือออกจาก Comfort Zone แต่ก็ไม่ใช่ออกจาก Comfort Zone จนยากเกินไป ซึ่งการท้าทายการฝึกซ้อมที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดอาการที่เรียกว่า Burnout

มาพัฒนาสมองของเรากันเถอะ

Reposted from January 30, 2019 ว่าด้วยเรื่องของสมอง ที่ผมได้เกริ่นไว้ในบทความที่แล้ว (บทนำของหนังสือที่ชื่อว่า PEAK) ถ้าเราเป็นนักเพาะกายหรือคนที่ชอบเล่นเวท เพื่อให้กล้ามใหญ่ขึ้น มันเป็นเรื่องที่ไม่ยากเลยว่าไหมครับ ถ้าเราอยากจะวัดผลว่า Progress หรือผลงานของเราไปถึงไหนแล้ว ก็แค่ดูขนาดความใหญ่ของ Bicep หรือ Tricep, Abs, Glutes อื่น ๆ ในกระจกหรือหาเทปมาวัดขนาด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรถูกไหมครับ หรืออีกตัวอย่างของการเป็นนักวิ่งหรือนักปั่นจักรยานหรือนักว่ายน้ำ เราก็สามารถวัดความอึดความฟิต (endurance) ผ่านการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนในสมัยนี้ ที่มีนาฬิกาวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ถ้ามันเป็นเรื่องของความสามารถที่เกี่ยวกับความคิดหรือทางด้านจิตใจ (Mental) หล่ะ ?? เช่น การฝึกตอบโจทย์แคลคูลัสที่ยาก ๆ การฝึกพูดภาษาใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยพูด หรืออะไรที่มันซับซ้อนที่ไม่ได้ใช้แค่ความแข็งแรงของร่างกายอย่างเดียว อย่างเช่นวงสวิงกอล์ฟ (ผู้เขียนเพิ่มเติม) เราจะรู้ได้ยังไงว่าสมองในส่วนที่ควบคุมความคิดของเรานั้นได้ถูกพัฒนาขึ้นจริงหรือปล่าว… ใครจะไปรู้ถูกไหมครับ เพราะหลังจากที่เราฝึกอย่างเข้มข้น ใช้พลังใช้สมาธิในการโฟกัสจนสมองล้า หัวของเราก็ไม่ได้ใหญ่ขึ้นเพราะเราก็ยังใส่หมวกใบเท่าเดิม ซึ่งดู ๆ แล้วก็เหมือนกับไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงในสมองของเราเลย แต่ตอนนี้ พวกเราเหล่าโฮโมเซเปียน์สในยุคศัตวรรษที่ 21 สามารถหาคำตอบได้แล้วครับ! เค้าเหล่านั้นคือนักประสาทวิทยา (Neuroscientist)

Lessons Learned

Reposted from December 23, 2018 New Stats today! —> 2 หลุม 3 อันเดอร์! ทำอีเกิ้ล—>เบอร์ดี้ติดกัน หลุม 11,12 ที่สนามกอล์ฟ ทบ. มันเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมอย่างบอกไม่ถูก เพราะมันเป็นครั้งแรกที่ทำได้ และเป็นครั้งแรกที่เข้าใจว่า กอล์ฟได้ใจ มันเป็นแบบไหน มันคืออาการที่ทุกช้อตที่เราจินตนาการเป็นไปอย่างที่เราคิดไว้หมด… โชคไม่ดีผมทำได้แค่ 2 หลุม และเรื่องตลกของกอล์ฟคือ เราไม่ได้เล่นแค่ 2 หลุม เราเล่น 18 หลุม! ยิ่งถ้าเป็นระดับโปรคือเล่น 72 หลุม! แต่อาการกอล์ฟได้ใจวันนี้ก็ให้บทเรียนผมมา 2 บทเรียนที่อยากจะแชร์ให้เพื่อนๆฟัง บทเรียนที่ 1 หลังจากได้อีเกิ้ลและเบอร์ดี้ติดกันคุณจะตีได้ไกลขึ้น! ปกติระยะ 180 หลา พาร์สามผมจะใช้ไฮบริดในการเล่นซึ่งตีเบา ๆ ก็สามารถออนได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้คือ หลุมที่ 13 พาร์ 3 ระยะ 185

ถ้ามีเวลาฝึก 10,000 ชั่วโมง เราจะเก่งขึ้นจริงไหม?

Reposted from December 22, 2018 ว่าด้วยบทนำของหนังสือชื่อ Peak เป็นหนังสือที่บอกเราว่า “ทุกคนสามารถที่จะไปถึงเป้าหมายหรือข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้เสมอ! “ หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนเรื่องเทคนิคกอล์ฟหรือเทคนิควงสวิงอะไรทั้งสิ้น แต่ผมบังเอิญรู้จักหนังสือเล่มนี้จากครูสอนกอล์ฟชื่อดังที่ฟังมาจาก The golf science lab ซึ่งผู้จัดรายการคือ Cody Walker พวกเราเหล่านักกอล์ฟผู้แสวงหาเทคนิคการตีไกล เทคนิคที่จะพัฒนาให้วงสวิงของเราให้เหมือนโปร คงต้องรู้จัก… ครูสอนกอล์ฟคนนั้นคือ Clay Ballad แห่ง Top Speed Golf ซึ่ง Clay Ballad บอกว่าเป็นหนังสือเล่มโปรดของเค้าเลย ในที่สุดหนังสือเล่มโปรดของ Clay ก็มาอยู่ในมือผม และก็คงจะเป็นเล่มโปรดของผมเช่นกัน เข้าเรื่องหนังสือเลยแล้วกันครับ ทำไมคนเราถึงเก่งแบบสุด ๆ ไปจนถึงมือ 1 ของโลก หรือ สามารถทำอะไรที่สุดยอด ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น ทำไม ไทเกอร์ วูดส์ ถึงได้ประสบความสำเร็จในกอล์ฟมากขนาดนี้ เป็นเพราะ ไทเกอร์ มีพรสรรค์? หรือ เก่งมาตั้งแต่เกิด?