เคล็ดลับของนักพัตต์ชั้นยอดเริ่มต้นจากอะไร?

Reposted from June 12, 2020 คำถามนี้ถ้าถามโปรซัก 10 คน ผมเชื่อว่าคงได้คำตอบ 10 แบบ ที่อาจจะไม่เหมือนกัน แต่บทความวันนี้ผมมีคำตอบจาก สุดยอดนักฟิตติ้งพัตเตอร์ระดับโลกที่เป็นทั้งเจ้าของแบรนด์ไม้กอล์ฟที่ชื่อ Edel golf และเป็นผู้ค้นพบการฟิตติ้งพัตเตอร์ได้ถึง 300 ล้านรูปแบบ คำตอบและวิธีการตอบของ David Edel นั้นน่าสนใจมากครับ เค้าบอกว่าการที่เราจะทำอะไรให้ดีหรือเก่งสักอย่างเราจะต้องเข้าใจถึงหลักการหรือ Principle ของเรื่องนั้นจริง ๆ สมมุติว่าเราอยากจะสร้างเรือ เราควรตั้งคำถามว่าหลักการที่สำคัญที่คนสร้างเรือต้องรู้คืออะไร? คำตอบก็คือ แรงลอยตัว (buoyancy) คนสร้างเรือต้องเข้าใจเรื่องแรงลอยตัวถึงจะสร้างเรือได้ แล้วถ้าเราอยากเป็นสุดยอดนักพัตต์ควรต้องเข้าใจเรื่องอะไรบ้าง ในหนังสือเค้าบอกว่านี่คือคำถามมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ครับ คำถามนั้นคือ… “อะไรคือหลักการ (Principle) ของความรู้สึก (Feeling) ในมุมมองของการพัตต์?” มีใครเคยตั้งคำถามแบบนี้บ้างมั้ยครับ (สำหรับตัวผมแล้วบอกตามตรงว่าไม่เคยตั้งคำถามแบบนี้เลย) จากการศึกษาค้นคว้าของ David Edel ว่าอะไรคือหลักการของความรู้สึก (ในมุมมองของการพัตต์) คำตอบของเค้ามี 3 อย่าง      1.Aim (การเล็ง)     2.Path ( แนวการเข้าลูก)     3.Speed

เวลาและเป้าหมายคือของคู่กัน

Reposted from February 3, 2020 ทุก ๆ เป้าหมายที่เราตั้งไว้ต้องการสิ่งนึงเสมอ ไม่ว่าเป้าหมายนั้นจะเล็ก ใหญ่ หรือท้าทายแค่ไหน สิ่งที่ทุก ๆ เป้าหมายต้องการนั้นคือ “เวลา” ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าเวลามีค่าและมันเดินหน้าอย่างเดียวไม่เคยเดินกลับหลัง และเวลาไม่เคยรอใครหน้าไหน มันเดินหน้าและก็ทำหน้าที่ของมันไปเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอ ในระหว่างที่เวลาเดินหน้าไม่มีหยุด บางคนเลือกที่จะตักตวงเวลาทุก ๆนาทีใช้ไปกับสิ่งที่มีค่า เป้าหมาย ความฝัน โดยแบ่งเวลาและเริ่มทำมันทันที ตามตารางที่วางไว้ แต่บางคนเลือกที่จะใช้เวลาในสิ่งที่ไม่ใช่เป้าหมายไม่ใช่ความฝันของเค้า แลกกับสิ่งที่มีความสุขระยะสั้นแต่ไม่ใช่ความพึ่งพอใจในระยะยาว ซ้ำร้ายกว่านั้นเค้าใช้เวลาที่มีค่าไปกับการมัวแต่นั่งคิด นอนคิดถึงเป้าหมายที่อยากได้และความฝันอยู่บ่อย ๆ โดยที่ยังไม่ได้เริ่มทำมันสักที และเวลาก็ยังคงเดินหน้าทำหน้าที่ของมันต่อไปเรื่อย ๆ อย่างสม่ำเสมอและแน่นอนมันไม่เคยรอใคร ใครที่มีเป้าหมาย ไม่ว่าเป้าหมายนั้นคืออะไร อย่าลืมนะครับว่าเป้าหมายต้องการเวลา ลองจับโทรศัพท์ขึ้นมาดูปฏิทิน หรือรายการ To do list หรืออาจจะเป็นสมุดที่เราเอาไว้เขียนสิ่งที่เราต้องทำในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์มาดู แล้วถามตัวเองด้วยความสื่อสัตย์ว่า สิ่งที่เราได้ทำไปแล้วหรือสิ่งที่เรากำลังจะทำสิ่งนั้นมันใช่เป้าหมายหรือไม่.. ถ้าคำตอบคือไม่ นั่นอาจจะบอกว่าเรายังใช้เวลาได้ไม่คุ้มค่าหรือไม่ก็ใช้เวลาได้ไม่มีประสิทธิภาพนั่นเอง… ผมอยากชวนเพื่อน ๆ มาตั้งเป้าหมาย วางแผนในแต่ละสัปดาห์ว่าเราจะทำอะไร และที่สำคัญวัดผลมันอย่างต่อเนื่องเพื่อที่เราจะได้มีเป้าหมายอยู่ข้างหน้าเสมอ เพื่อที่เราจะได้ไม่ลืมว่าอะไรสำคัญ “เรามีทางเลือกในชีวิตเสมอ เราสามารถเลือกจะใช้ชีวิตให้มีเป้าหมายตามที่เราได้วางแผนไว้ หรือเราจะเลือกใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ โดยถูกกำหนดด้วยความต้องการของคนอื่น” “You have a choice in life. You

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ 3/4 (continue)

Reposted from May 19, 2019 ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เราจะมาเรียนรู้การทดลองแปลก ๆ ของ Adam Young ว่าทำไมผลงานในการฝึกซ้อมที่ไม่ดีนั้นส่งผลดีกว่าที่เราคิด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักโค้ชที่ชื่อ Adam Young กันหน่อย Adam young คือโค้ชสอนกอล์ฟที่เขียนBlog เกี่ยวกับการพัฒนาเกมส์กอล์ฟ แล้วก็ทำการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวกลไกของร่างกายไปจนถึงการทำงานของสมองและก็เป็นเจ้าของหนังสือกอล์ฟขายดี ที่ได้รับ Feedback ดีมาก ๆ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า The Practice Manual: The ultimate guide for golfers แนะนำตัวเสร็จแล้ว เรามาเริ่มเรื่องการทดลองเลยดีกว่า… เค้าได้ทำการทดลองที่ฟังดูแล้วก็แปลกดี แต่การทดลองนี้จะทำให้เราเห็นภาพและได้อีกหนึ่งมุมมองของการพัฒนาเกมส์กอล์ฟได้เป็นอย่างดี การทดลองนั้นแบ่งนักกอล์ฟหรือลูกศิษย์ของ Adam Young ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ถูกกำหนดเป้าหมายไว้ให้ตีลูกกอล์ฟให้โดนที่ปลายไม้และคอไม้ ตีสลับกันไปเรื่อย ๆ กลุ่มที่ 2 ถูกกำหนดให้พยายามตีให้โดนกลางหน้าไม้ซึ่งจะคล้ายกับการซ้อมกอล์ฟทั่วไป โดยแต่ละกลุ่มจะใช้เวลาฝึก 5 วัน

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ 3/4

Reposted from May 17, 2019 นักกอล์ฟทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าการฝึกซ้อมหรือการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการซ้อมแต่ละครั้งนั้นส่งผลดีต่อสกอร์การ์ดของเราแน่นอนคงไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับคอนเซ็ปท์นี้ การทำอะไรที่ท้าทายย่อมมาพร้อมกับความยากเสมอ อันนี้พวกเราทุกคนก็คงเห็นด้วยเช่นกัน ในเมื่อหลักการเหล่านี้คนส่วนใหญ่รู้ แต่ทำไมนักกอล์ฟส่วนใหญ่ถึงยังไม่สามารถทำสกอร์ได้ตามความคาดหวังได้อย่างสม่ำเสมอ (รวมถึงตัวผมด้วย) เป็นเพราะเราไม่มีเป้าหมายในการซ้อมที่ชัดเจน?? หรือเป็นเพราะเป้าหมายของเรามันยากเกินไปซ้อมแล้วไม่สนุก หรือบางครั้งตั้งเป้าหมายไว้แล้ว เวลาทำจริงมันทำไม่ได้ ผลงานออกมาไม่ดี พอผลงานออกมาไม่ดี มันก็ไม่สนุก พอไม่สนุก เราก็เลยเลิกทำมัน! แล้วก็เลือกกลับไปฝึกซ้อมในสิ่งที่เราชอบหรือทำได้ดีอยู่แล้ว (เช่นซัดไดรเวอร์รัว ๆ ลูกไหนโดนกลางหน้าไม้ลอยไปชนตาข่ายด้านหลัง ก็จะมีความมันส์เป็นพิเศษ) โดยลืมเป้าหมายที่เราเคยตั้งใจเอาไว้ เรื่องราวพวกนี้ฟังดูคุ้น ๆ ใช่ไหมครับ ถ้าใครเคยเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ ผมว่าใคร ๆ ก็เป็นกันเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่มันเห็นผลดีกว่าง่ายกว่ามันส์กว่า ใคร ๆ ก็อยากเลือกวิธีนั้น แต่ถ้าอยากจะ Practice Smarter ผมมีการทดลองจากโค้ชที่ชื่อ Adam Young มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เผื่อจะได้มุมมองใหม่ ๆ ในการฝึกซ้อมกันครับ ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเห็นผลงานที่ดีในการฝึกซ้อมก็ได้ แต่ท้ายที่สุดวิธีนี้แหละจะทำให้เราทำผลงานได้ดีกว่าในสนามจริง (ไม่ใช่สนามซ้อม) เรื่องราวเริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใครใจร้อนอยากรู้ก่อน ลองไปฟังในพอดแคส

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ (Practice Smarter Not Harder) 2/4

Reposted from May 3, 2019 “การโฟกัสในการฝึกซ้อมอย่างมีสมาธิโดยใช้เวลาไม่ต้องเยอะมากนั้นดีกว่าการพยายามฝึกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” ในบทความที่แล้ว Part 1/4 เพื่อน ๆ คงเห็นภาพถึง Concept ของการฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพมาแล้ว ว่าหลักการของการฝึกที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดี ใครยังไม่เข้าใจลองย้อนกลับไปอ่านหรือฟัง Podcast Coming to a Pro EP 11 12 ดูได้ครับ สำหรับ Part 2/4 เพื่อน ๆ จะได้อีกหนึ่งมุมมองของการฝึกที่มีประสิทธิภาพ Practice Smarter… Dr Anders Ericsson หนึ่งในผู้นำการทำวิจัย (Research on learning) เค้าได้ให้แง่คิด มุมมองของการฝึกที่มีประสิทธิภาพไว้อย่างนี้ครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นแนวคิดที่ดีและเหมาะกับนักกอล์ฟสมัครเล่นหรือ Weekend Golfer “การโฟกัสในการฝึกซ้อมอย่างมีสมาธิโดยใช้เวลาไม่ต้องเยอะมากนั้นดีกว่าการพยายามฝึกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” นี่คือแนวคิดของ Dr.Anders Ericsson ผู้ที่ได้ทำการวิจัยแล้วว่าการฝึกที่มีประสิทธิภาพนั้น หัวใจของมันคือการโฟกัสและมีสมาธิในสิ่งที่กำลังทำ สรุปง่าย ๆ ก็คือการเน้นคุณภาพในการฝึกไม่เน้นปริมาณ แล้วเราจะเริ่มฝึกให้มีคุณภาพยังไง?? ใครที่ตั้งคำถามนี้ไว้ในใจ แสดงว่าคงอยากจะลองฝึกแบบมีคุณภาพกันแล้วใช่มั้ยครับ 2 ข้อของการฝึกแบบมีคุณภาพที่จะแชร์ให้เพื่อน

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ (Practice Smarter Not Harder) 1/4

Reposted from April 13, 2019 บทความนี้ผมได้มาจาก Cordie Walker เจ้าพ่อ Podcast แห่ง Golf science lab ที่เค้าส่งอีเมล์มาให้ผม ในฐานะที่เป็น Internal member ของ Golf science lab ใครที่อยากลองฝึกแบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือ Practice Smarter ควรอ่านครับ “ผมไม่รู้เลยว่าจะพัฒนาเกมส์กอล์ฟยังไง” เข้าเรียนมาหลายที่ก็แล้ว เปลี่ยนพัตเตอร์ใหม่ก็แล้วเรียนหลักสูตรลูกสั้นก็แล้ว แล้วก็เปลี่ยนพัตเตอร์ใหม่อีกที… ทุกอย่างดูดีขึ้นในช่วงสองสามวันแรกแต่สุดท้ายก็กลับมาจุดเดิม คือต้องหาวิธีใหม่ ๆ อีกครั้งเพื่อที่จะทำสกอร์ดี ๆ ให้ได้ ว่าไปแล้วมันก็เป็น Cycle ที่นักกอล์ฟทุกคนเคยเจอมัน ไม่เวลาใดก็เวลานึง แล้วเราจะออกจากวงจรนี้ได้ยังไงหละ?? คำพูดนี้อาจจะฟังดูน่าเบื่อจำเจเพราะใคร ๆ ก็พูดกัน คำนั้นคือ “Practice Smarter not Harder” ถ้าย้อนไปสัก10-20 ปีก่อน แนวคิดของการเล่นกอล์ฟให้ดีขึ้นคือการตีกอล์ฟแบบพยายามทำซ้ำให้ได้หรือฝึกตีหลาย ๆ ลูกแบบซ้ำ ๆ แต่จากการทำ The

Norepinephrine

Reposted from March 25, 2019 มาทำความรู้จักกับอุปสรรคที่ทุกคนต้องเอาชนะมันให้ได้ในรูปแบบวิทยาศาสตร์กันหน่อย อุปสรรคนั้นคือ “ความกลัว” ผมคิดว่านักกอล์ฟทุกคน ต้องเคยเจอประสบการณ์ที่เล่นกอล์ฟด้วยความกลัวกันมาไม่มากก็น้อย ความกลัวนั้นมีมากมายเหลือเกิน มันมีอยู่ในทุกโมเม้นต์ของการเล่นกอล์ฟ บางวันทุกอย่างดูดีไปหมดจึงทำให้เราเล่นกอล์ฟด้วยความมั่นใจ แต่วันที่ทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ความกังวล ความกลัว มันก็จะมาวนเวียนอยู่ในความคิดของเราตลอดเวลาที่เราอยู่ในสนาม แล้วมันก็จะทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า.. เรากลัวที่จะแพ้ เรากลัวช็อตทีออฟเพราะในสมองเรามองเห็นแต่อุปสรรคแทนที่จะมองเห็นแฟร์เวย์ เรากลัวการพัตต์เก็บระยะขาสั้น และเราก็กลัวว่าเราจะทำผลงานตามที่เราคาดหวังไว้ไม่ได้ แถมเรายังกลัวที่จะเสียตังเพื่อน (เสียตังไม่เท่าไหร่แต่ศักดิ์ศรีนี่สิ! เรื่องใหญ่!!) ในเมื่อความกลัวมันส่งผลกระทบอย่างมากในการเล่นกอล์ฟ ก่อนที่เราจะสู้กับมัน เราควรทำความรู้จักความกลัวให้มากขึ้นอีกหน่อย และถ้าใครติดตาม Facebook Page: C2P_Golf จะรู้ว่า มันต้องมาแนววิทยาศาสตร์แน่ ๆ ต้องมีคำศัพท์แปลกใหม่อีกแน่ ใช่ครับ “Norepinephrine” อ่านว่า นอร์อิพิเนฟริน เคยสงสัยไหมครับว่าเวลาหัวใจเราเต้นเร็วขึ้น เหงื่อเริ่มออกจากฝ่ามือโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรากลัว ทั้งสองอย่างนั้นมันเกิดมาจากการปล่อยเจ้าตัว นอร์อิพิเนฟริน ออกมาจากร่างกายเรานั่นเอง นอร์อิพิเนฟรินเรียกได้อีกอย่างว่า Stress Hormone หรือ ฮอร์โมนที่ตอบสนองต่อภาวะความเครียด ฮอร์โมนนี้เวลาที่เรากลัวมันจะส่งผลโดยตรงกับร่างกายเราหลายอย่างมาก ๆ ถ้าจะเอาที่เกี่ยวข้องกับกอล์ฟผมขอยกตัวอย่างสัก 2 ข้อให้พอเห็นภาพกันครับ      1. Norepinephrine

Review (รีวิว) Part 3 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

Reposted from Mar 12, 2019 จากบทความ Part2 เพื่อน ๆ น่าจะพอเห็นภาพกันแล้วไม่มากก็น้อย ว่าเทคโนโลยีการเรียนการสอนกอล์ฟสมัยใหม่จะช่วยเราได้อย่างไร หลังจากที่โปรฟี่ฟ่าวิเคราะห์วงเสร็จแล้วว่าปัญหาของผมคือมีแนวการเข้าอิมแพคที่เป็นแบบ In to out มากเกินไป หลาย ๆ ลูกที่ลองตี ลูกจะพุ่งออกไปทางขวายาว ๆ หลายลูกเลย บางลูกก็ดรอว์มากจนเกินไป โปรก็อธิบายให้เห็นภาพว่า ปกติแล้วโปรส่วนใหญ่จะตี In to out ประมาณ 2 องศา แต่ในเคสผมนั้น In to out ไปที่ 9 องศา ซึ่งจุดนี้นี่แหละครับที่ทำให้ผมเห็นภาพได้ชัดขึ้นเยอะเลยว่า แนวสวิงของเรานั้นผิดไปจากมาตรฐานถึง 7 องศา เพราะฉะนั้นสิ่งที่โปรแนะนำคือต้องปรับแนวสวิงให้ดีขึ้นก่อน ยังไม่ต้องไปสนใจเรื่องหน้าไม้มากนัก… ** Golf Tip โปรบอกว่า การแก้ไขที่แนวการเข้าลูกนั้นจะง่ายกว่าการพยายามควบคุมเรื่องหน้าไม้ ** และการที่จะแก้ไขแนวการเข้าให้ดีขึ้นได้ส่วนใหญ่จะมาจากการลำดับของร่างกาย (กล้ามเนื้อใหญ่) จากอาการของผมเมื่อวิเคราะห์จากวีดีโอที่ถ่ายด้วยมุม Face On

Review (รีวิว) Part 2 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

  ทั้งหมดที่พูดถึงผมจะพยายามอธิบายเพื่อให้เห็นภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ในช่วงเริ่มต้นการเรียน โปรฟีฟ่าก็ชวนพูดคุยด้วยความเป็นกันเองครับ ว่าปกติออกรอบบ่อยแค่ไหน มีเกมส์กอล์ฟในส่วนไหนที่อยากแก้ไขหรืออยากพัฒนาเป็นพิเศษบ้างและอื่น ๆ พร้อมทั้งให้ทำการวอร์มอัพเหมือนเวลาเราออกรอบจริง ถ้าถามผม ผมจะบอกว่านี้คือ First impression ที่ดีมากครับในการเริ่มเรียนกอล์ฟ มันเหมือนกับว่าโปรฟีฟ่ากำลังพยายามทำความเข้าใจใน Background ของผมและทำให้ตัวผู้เรียนได้เกิดการผ่อนคลาย   บางคนอาจจะงงทำไมผมถึงเอาเรื่องนี้มาเล่า… ผมอยากให้ลองจินตนาการเวลาเราไปหาหมอครับ เพื่อน ๆ คงจะรู้สึกได้ระหว่างหมอคนที่ถามไถ่อาการของเรา กับหมอคนที่พอไปเจอก็พูดคุยอยู่แปบเดียวแล้วก็อยากจะสั่งยาให้เราอย่างเดียว ผมว่าเพื่อน ๆ คงชอบไปรักษากับหมอที่ถามไถ่อาการของเราแบบละเอียดมากกว่าถูกไหมครับ หลังจากนั้นโปรฟีฟ่าก็ให้เริ่มตีจริงกับเครื่อง FlightScope โดยเริ่มจากเหล็กสั้น เพื่อดูว่าวงสวิงของเราเป็นแบบไหน พอสวิงไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นเหล็ก 7 พร้อมทำการถ่ายวีดีโอทั้งมุม Face On และ Down the line ซึ่งกล้องที่ใช้ถ่ายนั้นถูกติดตั้งไว้เรียบร้อย (ดูรูปประกอบได้เลยครับ)   เหล็ก 7 ที่ซ้อมตีกับเครื่องในวันนั้นผมได้ระยะประมาณ 164-174 หลา ที่ความเร็วหัวไม้ประมาณ 90mph ซึ่งเป็นอะไรที่ Surprise ผมมากครับ เพราะที่ผ่านมาผมคิดว่าผมตีเหล็กได้ประมาณ 150-160 หลาแค่นั้น แต่การซ้อมกับ FlightScope และกล้องวีดีโอความเร็วสูงนั้น มันเห็นค่าและเห็นภาพมากกว่าการซ้อมในสนามไดร์ฟปกติเยอะมากเลยครับ เช่น ในภาพคือการตีเหล็ก 7 พร้อมกับการแสดงค่าต่าง ๆ ผ่านทางหน้าจอ

Review (รีวิว) Part 1 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

Reposted from Mar 10, 2019 นี่ไม่ใช่โพสโฆษณา แต่เป็นโพสของความรู้สึก Review (รีวิว) การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมากบ้าง อันดับแรกขอพูดถึงตัวโปรนพคุณ วงค์หล่อ ก่อนเลยครับ ผมว่านักกอล์ฟในเมืองไทยน่าจะรู้จักโปรนพกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อยากจะขอพูดถึงโปรนพ ในมุมมองส่วนตัวของผมให้เพื่อน ๆ ฟังกันครับ   ถ้าใครที่เป็นแฟนคลับแฟนเพจของโปรนพแบบผม คงพอจะจำกันได้เมื่อหลายปีก่อนที่วงการกอล์ฟบ้านเรายังไม่ได้มีเครื่องมือการเรียนการสอนที่ทันสมัยขนาดนี้ สมัยนั้นโปรนพได้ทำการวิเคราะห์วิงสวิงให้นักกอล์ฟที่ส่งวงสวิงไปให้แบบฟรี ๆ! (ซึ่งหายากมากใครที่จะทำแบบนี้) ผ่านทางเฟซบุคเพจ และโปรนพช่วยวิเคราะห์ให้แบบละเอียดมาก ๆ โดยการพิมพ์ตอบผ่านทางเฟซบุค ซึ่งโปรนพ วิเคราะห์วงสวิงให้นักกอล์ฟร่วมหลักร้อยคนได้ และผมเองก็ได้เรียนรู้การวิเคราะห์วงสวิงของโปรนพจากการวิเคราะห์วงนักกอล์ฟคนอื่น ๆ และทำให้ผมมีความรู้เรื่องวงสวิงกอล์ฟเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ที่พูดมายืดยาวขนาดนี้ก็เพราะอยากให้เพื่อน ๆ เห็นใน Passion และความตั้งใจในการสอนของโปรนพที่อยากให้นักกอล์ฟพัฒนาโดยไม่มีการกั๊กความรู้เลย วิเคราะห์ให้นักกอล์ฟทุกคนแบบเต็ม ๆ เท่านั้นยังไม่พอนอกจาก Passion ในการสอนของตัวโปรนพเอง โปรนพยังมี Passion ในการศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการบินไปเรียนกับ