เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ 3/4 (continue)

Reposted from May 19, 2019 ต่อเนื่องจากบทความที่แล้ว เราจะมาเรียนรู้การทดลองแปลก ๆ ของ Adam Young ว่าทำไมผลงานในการฝึกซ้อมที่ไม่ดีนั้นส่งผลดีกว่าที่เราคิด ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักโค้ชที่ชื่อ Adam Young กันหน่อย Adam young คือโค้ชสอนกอล์ฟที่เขียนBlog เกี่ยวกับการพัฒนาเกมส์กอล์ฟ แล้วก็ทำการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวกลไกของร่างกายไปจนถึงการทำงานของสมองและก็เป็นเจ้าของหนังสือกอล์ฟขายดี ที่ได้รับ Feedback ดีมาก ๆ หนังสือเล่มนั้นชื่อว่า The Practice Manual: The ultimate guide for golfers แนะนำตัวเสร็จแล้ว เรามาเริ่มเรื่องการทดลองเลยดีกว่า… เค้าได้ทำการทดลองที่ฟังดูแล้วก็แปลกดี แต่การทดลองนี้จะทำให้เราเห็นภาพและได้อีกหนึ่งมุมมองของการพัฒนาเกมส์กอล์ฟได้เป็นอย่างดี การทดลองนั้นแบ่งนักกอล์ฟหรือลูกศิษย์ของ Adam Young ออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 ถูกกำหนดเป้าหมายไว้ให้ตีลูกกอล์ฟให้โดนที่ปลายไม้และคอไม้ ตีสลับกันไปเรื่อย ๆ กลุ่มที่ 2 ถูกกำหนดให้พยายามตีให้โดนกลางหน้าไม้ซึ่งจะคล้ายกับการซ้อมกอล์ฟทั่วไป โดยแต่ละกลุ่มจะใช้เวลาฝึก 5 วัน

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ 3/4

Reposted from May 17, 2019 นักกอล์ฟทุกคนคงรู้กันอยู่แล้วว่าการฝึกซ้อมหรือการตั้งเป้าหมายที่ท้าทายในการซ้อมแต่ละครั้งนั้นส่งผลดีต่อสกอร์การ์ดของเราแน่นอนคงไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับคอนเซ็ปท์นี้ การทำอะไรที่ท้าทายย่อมมาพร้อมกับความยากเสมอ อันนี้พวกเราทุกคนก็คงเห็นด้วยเช่นกัน ในเมื่อหลักการเหล่านี้คนส่วนใหญ่รู้ แต่ทำไมนักกอล์ฟส่วนใหญ่ถึงยังไม่สามารถทำสกอร์ได้ตามความคาดหวังได้อย่างสม่ำเสมอ (รวมถึงตัวผมด้วย) เป็นเพราะเราไม่มีเป้าหมายในการซ้อมที่ชัดเจน?? หรือเป็นเพราะเป้าหมายของเรามันยากเกินไปซ้อมแล้วไม่สนุก หรือบางครั้งตั้งเป้าหมายไว้แล้ว เวลาทำจริงมันทำไม่ได้ ผลงานออกมาไม่ดี พอผลงานออกมาไม่ดี มันก็ไม่สนุก พอไม่สนุก เราก็เลยเลิกทำมัน! แล้วก็เลือกกลับไปฝึกซ้อมในสิ่งที่เราชอบหรือทำได้ดีอยู่แล้ว (เช่นซัดไดรเวอร์รัว ๆ ลูกไหนโดนกลางหน้าไม้ลอยไปชนตาข่ายด้านหลัง ก็จะมีความมันส์เป็นพิเศษ) โดยลืมเป้าหมายที่เราเคยตั้งใจเอาไว้ เรื่องราวพวกนี้ฟังดูคุ้น ๆ ใช่ไหมครับ ถ้าใครเคยเป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรครับ ผมว่าใคร ๆ ก็เป็นกันเป็นเรื่องธรรมดา อะไรที่มันเห็นผลดีกว่าง่ายกว่ามันส์กว่า ใคร ๆ ก็อยากเลือกวิธีนั้น แต่ถ้าอยากจะ Practice Smarter ผมมีการทดลองจากโค้ชที่ชื่อ Adam Young มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง เผื่อจะได้มุมมองใหม่ ๆ ในการฝึกซ้อมกันครับ ว่าจริง ๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องเห็นผลงานที่ดีในการฝึกซ้อมก็ได้ แต่ท้ายที่สุดวิธีนี้แหละจะทำให้เราทำผลงานได้ดีกว่าในสนามจริง (ไม่ใช่สนามซ้อม) เรื่องราวเริ่มน่าสนใจแล้วใช่ไหมครับ ถ้าใครใจร้อนอยากรู้ก่อน ลองไปฟังในพอดแคส

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ (Practice Smarter Not Harder) 2/4

Reposted from May 3, 2019 “การโฟกัสในการฝึกซ้อมอย่างมีสมาธิโดยใช้เวลาไม่ต้องเยอะมากนั้นดีกว่าการพยายามฝึกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” ในบทความที่แล้ว Part 1/4 เพื่อน ๆ คงเห็นภาพถึง Concept ของการฝึกซ้อมที่มีประสิทธิภาพมาแล้ว ว่าหลักการของการฝึกที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดี ใครยังไม่เข้าใจลองย้อนกลับไปอ่านหรือฟัง Podcast Coming to a Pro EP 11 12 ดูได้ครับ สำหรับ Part 2/4 เพื่อน ๆ จะได้อีกหนึ่งมุมมองของการฝึกที่มีประสิทธิภาพ Practice Smarter… Dr Anders Ericsson หนึ่งในผู้นำการทำวิจัย (Research on learning) เค้าได้ให้แง่คิด มุมมองของการฝึกที่มีประสิทธิภาพไว้อย่างนี้ครับ ส่วนตัวผมคิดว่าเป็นแนวคิดที่ดีและเหมาะกับนักกอล์ฟสมัครเล่นหรือ Weekend Golfer “การโฟกัสในการฝึกซ้อมอย่างมีสมาธิโดยใช้เวลาไม่ต้องเยอะมากนั้นดีกว่าการพยายามฝึกให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้” นี่คือแนวคิดของ Dr.Anders Ericsson ผู้ที่ได้ทำการวิจัยแล้วว่าการฝึกที่มีประสิทธิภาพนั้น หัวใจของมันคือการโฟกัสและมีสมาธิในสิ่งที่กำลังทำ สรุปง่าย ๆ ก็คือการเน้นคุณภาพในการฝึกไม่เน้นปริมาณ แล้วเราจะเริ่มฝึกให้มีคุณภาพยังไง?? ใครที่ตั้งคำถามนี้ไว้ในใจ แสดงว่าคงอยากจะลองฝึกแบบมีคุณภาพกันแล้วใช่มั้ยครับ 2 ข้อของการฝึกแบบมีคุณภาพที่จะแชร์ให้เพื่อน

เบื้องหลังของการฝึกซ้อมอย่างมีประสิทธิภาพ (Practice Smarter Not Harder) 1/4

Reposted from April 13, 2019 บทความนี้ผมได้มาจาก Cordie Walker เจ้าพ่อ Podcast แห่ง Golf science lab ที่เค้าส่งอีเมล์มาให้ผม ในฐานะที่เป็น Internal member ของ Golf science lab ใครที่อยากลองฝึกแบบมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือ Practice Smarter ควรอ่านครับ “ผมไม่รู้เลยว่าจะพัฒนาเกมส์กอล์ฟยังไง” เข้าเรียนมาหลายที่ก็แล้ว เปลี่ยนพัตเตอร์ใหม่ก็แล้วเรียนหลักสูตรลูกสั้นก็แล้ว แล้วก็เปลี่ยนพัตเตอร์ใหม่อีกที… ทุกอย่างดูดีขึ้นในช่วงสองสามวันแรกแต่สุดท้ายก็กลับมาจุดเดิม คือต้องหาวิธีใหม่ ๆ อีกครั้งเพื่อที่จะทำสกอร์ดี ๆ ให้ได้ ว่าไปแล้วมันก็เป็น Cycle ที่นักกอล์ฟทุกคนเคยเจอมัน ไม่เวลาใดก็เวลานึง แล้วเราจะออกจากวงจรนี้ได้ยังไงหละ?? คำพูดนี้อาจจะฟังดูน่าเบื่อจำเจเพราะใคร ๆ ก็พูดกัน คำนั้นคือ “Practice Smarter not Harder” ถ้าย้อนไปสัก10-20 ปีก่อน แนวคิดของการเล่นกอล์ฟให้ดีขึ้นคือการตีกอล์ฟแบบพยายามทำซ้ำให้ได้หรือฝึกตีหลาย ๆ ลูกแบบซ้ำ ๆ แต่จากการทำ The

Norepinephrine

Reposted from March 25, 2019 มาทำความรู้จักกับอุปสรรคที่ทุกคนต้องเอาชนะมันให้ได้ในรูปแบบวิทยาศาสตร์กันหน่อย อุปสรรคนั้นคือ “ความกลัว” ผมคิดว่านักกอล์ฟทุกคน ต้องเคยเจอประสบการณ์ที่เล่นกอล์ฟด้วยความกลัวกันมาไม่มากก็น้อย ความกลัวนั้นมีมากมายเหลือเกิน มันมีอยู่ในทุกโมเม้นต์ของการเล่นกอล์ฟ บางวันทุกอย่างดูดีไปหมดจึงทำให้เราเล่นกอล์ฟด้วยความมั่นใจ แต่วันที่ทุกอย่างไม่เป็นดั่งใจ ความกังวล ความกลัว มันก็จะมาวนเวียนอยู่ในความคิดของเราตลอดเวลาที่เราอยู่ในสนาม แล้วมันก็จะทำให้เราเริ่มรู้สึกว่า.. เรากลัวที่จะแพ้ เรากลัวช็อตทีออฟเพราะในสมองเรามองเห็นแต่อุปสรรคแทนที่จะมองเห็นแฟร์เวย์ เรากลัวการพัตต์เก็บระยะขาสั้น และเราก็กลัวว่าเราจะทำผลงานตามที่เราคาดหวังไว้ไม่ได้ แถมเรายังกลัวที่จะเสียตังเพื่อน (เสียตังไม่เท่าไหร่แต่ศักดิ์ศรีนี่สิ! เรื่องใหญ่!!) ในเมื่อความกลัวมันส่งผลกระทบอย่างมากในการเล่นกอล์ฟ ก่อนที่เราจะสู้กับมัน เราควรทำความรู้จักความกลัวให้มากขึ้นอีกหน่อย และถ้าใครติดตาม Facebook Page: C2P_Golf จะรู้ว่า มันต้องมาแนววิทยาศาสตร์แน่ ๆ ต้องมีคำศัพท์แปลกใหม่อีกแน่ ใช่ครับ “Norepinephrine” อ่านว่า นอร์อิพิเนฟริน เคยสงสัยไหมครับว่าเวลาหัวใจเราเต้นเร็วขึ้น เหงื่อเริ่มออกจากฝ่ามือโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เรากลัว ทั้งสองอย่างนั้นมันเกิดมาจากการปล่อยเจ้าตัว นอร์อิพิเนฟริน ออกมาจากร่างกายเรานั่นเอง นอร์อิพิเนฟรินเรียกได้อีกอย่างว่า Stress Hormone หรือ ฮอร์โมนที่ตอบสนองต่อภาวะความเครียด ฮอร์โมนนี้เวลาที่เรากลัวมันจะส่งผลโดยตรงกับร่างกายเราหลายอย่างมาก ๆ ถ้าจะเอาที่เกี่ยวข้องกับกอล์ฟผมขอยกตัวอย่างสัก 2 ข้อให้พอเห็นภาพกันครับ      1. Norepinephrine

Review (รีวิว) Part 3 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

Reposted from Mar 12, 2019 จากบทความ Part2 เพื่อน ๆ น่าจะพอเห็นภาพกันแล้วไม่มากก็น้อย ว่าเทคโนโลยีการเรียนการสอนกอล์ฟสมัยใหม่จะช่วยเราได้อย่างไร หลังจากที่โปรฟี่ฟ่าวิเคราะห์วงเสร็จแล้วว่าปัญหาของผมคือมีแนวการเข้าอิมแพคที่เป็นแบบ In to out มากเกินไป หลาย ๆ ลูกที่ลองตี ลูกจะพุ่งออกไปทางขวายาว ๆ หลายลูกเลย บางลูกก็ดรอว์มากจนเกินไป โปรก็อธิบายให้เห็นภาพว่า ปกติแล้วโปรส่วนใหญ่จะตี In to out ประมาณ 2 องศา แต่ในเคสผมนั้น In to out ไปที่ 9 องศา ซึ่งจุดนี้นี่แหละครับที่ทำให้ผมเห็นภาพได้ชัดขึ้นเยอะเลยว่า แนวสวิงของเรานั้นผิดไปจากมาตรฐานถึง 7 องศา เพราะฉะนั้นสิ่งที่โปรแนะนำคือต้องปรับแนวสวิงให้ดีขึ้นก่อน ยังไม่ต้องไปสนใจเรื่องหน้าไม้มากนัก… ** Golf Tip โปรบอกว่า การแก้ไขที่แนวการเข้าลูกนั้นจะง่ายกว่าการพยายามควบคุมเรื่องหน้าไม้ ** และการที่จะแก้ไขแนวการเข้าให้ดีขึ้นได้ส่วนใหญ่จะมาจากการลำดับของร่างกาย (กล้ามเนื้อใหญ่) จากอาการของผมเมื่อวิเคราะห์จากวีดีโอที่ถ่ายด้วยมุม Face On

Review (รีวิว) Part 2 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

  ทั้งหมดที่พูดถึงผมจะพยายามอธิบายเพื่อให้เห็นภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ในช่วงเริ่มต้นการเรียน โปรฟีฟ่าก็ชวนพูดคุยด้วยความเป็นกันเองครับ ว่าปกติออกรอบบ่อยแค่ไหน มีเกมส์กอล์ฟในส่วนไหนที่อยากแก้ไขหรืออยากพัฒนาเป็นพิเศษบ้างและอื่น ๆ พร้อมทั้งให้ทำการวอร์มอัพเหมือนเวลาเราออกรอบจริง ถ้าถามผม ผมจะบอกว่านี้คือ First impression ที่ดีมากครับในการเริ่มเรียนกอล์ฟ มันเหมือนกับว่าโปรฟีฟ่ากำลังพยายามทำความเข้าใจใน Background ของผมและทำให้ตัวผู้เรียนได้เกิดการผ่อนคลาย   บางคนอาจจะงงทำไมผมถึงเอาเรื่องนี้มาเล่า… ผมอยากให้ลองจินตนาการเวลาเราไปหาหมอครับ เพื่อน ๆ คงจะรู้สึกได้ระหว่างหมอคนที่ถามไถ่อาการของเรา กับหมอคนที่พอไปเจอก็พูดคุยอยู่แปบเดียวแล้วก็อยากจะสั่งยาให้เราอย่างเดียว ผมว่าเพื่อน ๆ คงชอบไปรักษากับหมอที่ถามไถ่อาการของเราแบบละเอียดมากกว่าถูกไหมครับ หลังจากนั้นโปรฟีฟ่าก็ให้เริ่มตีจริงกับเครื่อง FlightScope โดยเริ่มจากเหล็กสั้น เพื่อดูว่าวงสวิงของเราเป็นแบบไหน พอสวิงไปสักพักก็เปลี่ยนเป็นเหล็ก 7 พร้อมทำการถ่ายวีดีโอทั้งมุม Face On และ Down the line ซึ่งกล้องที่ใช้ถ่ายนั้นถูกติดตั้งไว้เรียบร้อย (ดูรูปประกอบได้เลยครับ)   เหล็ก 7 ที่ซ้อมตีกับเครื่องในวันนั้นผมได้ระยะประมาณ 164-174 หลา ที่ความเร็วหัวไม้ประมาณ 90mph ซึ่งเป็นอะไรที่ Surprise ผมมากครับ เพราะที่ผ่านมาผมคิดว่าผมตีเหล็กได้ประมาณ 150-160 หลาแค่นั้น แต่การซ้อมกับ FlightScope และกล้องวีดีโอความเร็วสูงนั้น มันเห็นค่าและเห็นภาพมากกว่าการซ้อมในสนามไดร์ฟปกติเยอะมากเลยครับ เช่น ในภาพคือการตีเหล็ก 7 พร้อมกับการแสดงค่าต่าง ๆ ผ่านทางหน้าจอ

Review (รีวิว) Part 1 การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมาบ้าง

Reposted from Mar 10, 2019 นี่ไม่ใช่โพสโฆษณา แต่เป็นโพสของความรู้สึก Review (รีวิว) การเรียน 1 ชั่วโมงที่ Golfing Ground Performance Center ผมได้อะไรมากบ้าง อันดับแรกขอพูดถึงตัวโปรนพคุณ วงค์หล่อ ก่อนเลยครับ ผมว่านักกอล์ฟในเมืองไทยน่าจะรู้จักโปรนพกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่อยากจะขอพูดถึงโปรนพ ในมุมมองส่วนตัวของผมให้เพื่อน ๆ ฟังกันครับ   ถ้าใครที่เป็นแฟนคลับแฟนเพจของโปรนพแบบผม คงพอจะจำกันได้เมื่อหลายปีก่อนที่วงการกอล์ฟบ้านเรายังไม่ได้มีเครื่องมือการเรียนการสอนที่ทันสมัยขนาดนี้ สมัยนั้นโปรนพได้ทำการวิเคราะห์วิงสวิงให้นักกอล์ฟที่ส่งวงสวิงไปให้แบบฟรี ๆ! (ซึ่งหายากมากใครที่จะทำแบบนี้) ผ่านทางเฟซบุคเพจ และโปรนพช่วยวิเคราะห์ให้แบบละเอียดมาก ๆ โดยการพิมพ์ตอบผ่านทางเฟซบุค ซึ่งโปรนพ วิเคราะห์วงสวิงให้นักกอล์ฟร่วมหลักร้อยคนได้ และผมเองก็ได้เรียนรู้การวิเคราะห์วงสวิงของโปรนพจากการวิเคราะห์วงนักกอล์ฟคนอื่น ๆ และทำให้ผมมีความรู้เรื่องวงสวิงกอล์ฟเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ที่พูดมายืดยาวขนาดนี้ก็เพราะอยากให้เพื่อน ๆ เห็นใน Passion และความตั้งใจในการสอนของโปรนพที่อยากให้นักกอล์ฟพัฒนาโดยไม่มีการกั๊กความรู้เลย วิเคราะห์ให้นักกอล์ฟทุกคนแบบเต็ม ๆ เท่านั้นยังไม่พอนอกจาก Passion ในการสอนของตัวโปรนพเอง โปรนพยังมี Passion ในการศึกษาหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นการบินไปเรียนกับ

Break Out of Your Comfort Zone

Reposted from February 18, 2019 ออกจาก Comfort Zone คำพูดที่ได้ยินบ่อย ๆ จนเบื่อ… แล้วทำไมต้องออกจาก Comfort Zone ด้วยหละ ไม่ออกจาก Comfort Zone ได้ไหม?? ก่อนที่เราจะไปหาคำตอบกัน เราควรต้องปูพื้นฐานคำศัพท์ที่ต้องรู้จักกันก่อน คำศัพท์นี้ผมว่ามันดูเท่ห์ ดูวิทยาศาสตร์ดี ผมได้มาจากหนังสือเล่มเดิมครับ Peak (อีกแล้วเล่มนี้) คำนั้นคือ Homeostasis อ่านว่า โฮมิโอสเตสิส จากบทความที่แล้ว เราพูดถึง Myelin บทความนี้ Homeostasis ผมว่าเราเริ่มจะมาแนววิทยาศาสตร์กันเต็มตัวแล้ว Homeostasis ความหมายของมันคือ สภาวะสมดุล หรือ ภาวะธำรงดุลอันนี้ยิ่งฟังดูยากไปอีก เอาเป็นว่าเราใช้คำว่า สภาวะสมดุล น่าจะดูดีกว่า อย่างที่บอกครับ Homeostasis คือสภาวะสมดุล  ตอนที่เพื่อน ๆ กำลังอ่านบทความอยู่ตอนนี้ก็คือสภาวะที่เรียกว่า Homeostasis เช่นกัน ทำไมหละ ก็เพราะร่างกายของเราอยู่ในโหมดสภาวะปกติ อุณหภูมิร่างกายเราคงที่ หัวใจก็เต้นด้วยจังหวะคงที่ ความดันโลหิตก็คงที่

Myelin คืออะไร??

Reposted from February 11, 2019 เคยมีคนไปถามสวิงโค้ชของ จัสติน โรส นักกอล์ฟหมายเลข 1ของโลก ณ วันนี้ ว่าทำยังไงจัสติน โรส ถึงได้เขยิบจากนักกอล์ฟอันดับ 76 มาถึง อันดับ 5 ของโลกได้ภายเวลา 3 ปี (คำถามเมื่อปี 2013) โค้ชของจัสตินโรส (Sean Foley) ก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรมากมายครับ เพียงแค่พูดออกมา 1 คำ ซึ่งทำให้รู้ได้เลยว่า Sean Foley เป็นโค้ชที่ให้ความสำคัญในเรื่องของวิทยาศาสตร์กับการพัฒนานักกอล์ฟสุด ๆ ไม่แปลกใจเลยที่ ไทเกอร์ วูดส์ เคยเลือกให้ Sean Foley มาเป็นสวิงโค้ชให้ไทเกอร์…. Sean Foley ตอบคำถาม คนที่มาถามด้วยคำว่า Myelin! เพียงคำเดียว…. What!! Myelin (ไมอีลิน) มันคือชื่อเทคนิคสวิงกอล์ฟหรอ? หรือเป็น Drill ที่จัสตินโรสใช้ฝึกวงสวิง? มีใครตั้งคำถามเหมือนผมบ้าง… สำหรับใครที่เห็นคำว่าไมอีลินแล้ว