Embrace the reality and deal with it

Reposted from December 2, 2018 วันนี้เป็นวันที่ทำสกอร์สูงสุดและทำสกอร์มากที่สุดใน 1 หลุม Fairway Hit 58.3%, GiR 18.8%, Putt 1.8/Hole  Total Score 92! มีหลุม 3 พาร์ 5 ออกไป 11! วิเคราะห์ข้อผิดพลาดใหญ่ ๆ ของวันนี้เกิดจากหลุมพาร์ 5 โดยเฉพาะ ทีออฟอยู่ในแฟร์เวย์ แต่ปัญหาคือช็อตสอง เนื่องจากไดร์ฟมาได้ระยะค่อนข้างดี เลยเกิดอารมณ์ประมาณว่าอยากจะบุก! แคดดี้ครับขอหัวไม้สาม!! ช็อตสองต้องตีข้ามน้ำยาวพอสมควร ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร เข้ายืนแอดเดรสตามรูทีนปกติ ระหว่างแบคสวิง ความคิดกลัวเรื่องตกน้ำมันก็แทรกเข้ามาในหัวทันที เท่านั้นแหละครับลูกตกน้ำ! ไม่เป็นไรปลอบใจตัวเองก็แค่ไปดรอปแล้วเล่นช็อตต่อไป… ดรอปหน้าน้ำใกล้ ๆ กับจุดที่ตีช็อตสอง ลูกดรอปตกลงไปในรัฟหนา! ผมยังเลือกเล่นหัวไม้สามเหมือนเดิมแต่ก็ไม่ได้จะบุกแบบเดิมแล้ว แค่จะพยายามตีออกไปให้ไกลที่สุด โชคไม่ดี+ประเมินความเสี่ยงได้ไม่ดีพอ ลูกวิ่งพุ่งต่ำไปแฉลบผิวน้ำกระโดดขึ้นไปโดนหมุดขาว 150 หลา… ตกน้ำเป็นลูกที่สอง  หลังจากนั้นอะดีนนาลินก็เริ่มพุ่ง—-> ตัดมาที่ช็อต 7

เรียนรู้ Mental game จากมือ 1 ของโลก ทั้งชายและหญิง

Reposted from November 30, 2018 รอบซ้อมก่อนแข่งนั้นสำคัญหรือไม่… อ่านคำถามเพียงแวปเดียวเชื่อว่าหลาย ๆ คนคงตอบว่า ใช่ รอบซ้อมมันสำคัญมาก เพราะนักกอล์ฟมืออาชีพที่เราเห็น มีรอบซ้อมก่อนแข่งขันเสมอ ผมเองก็ตอบแบบนี้เหมือนกัน แต่ก่อนที่เราจะตอบใช่ไปตาม common sense เราลองมาฟังนักกอล์ฟที่อาจจะทำให้เห็นในมุมมองที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อน เค้าคือ จัสติน โรส (Justin Rose)  โรสลงแข่งขันรายการเมเจอร์สุดท้ายของปี 2018 PGA Championship ด้วยอาการบาดเจ็บที่หลังซึ่งทำให้เค้าเลือกที่จะไม่ตีจริงในรอบซ้อม โดยเค้าเลือกที่จะเดินสำรวจสนาม พร้อมกับจินตนาการถึงช็อตดี ๆ ที่เค้าจะเล่นเพียงแค่นั้น ดูเหมือนว่าการเลือกที่จะไม่เล่นรอบซ้อมของโรสนั้นจะไม่เพียงพอที่จะทำผลงานที่ดีได้ แต่เอาเข้าจริง ๆ ผลงานสองวันแรกออกมาดีเกินคาด โรส ตี 67 69 ในสองวันแรก อีกหนึ่งตัวอย่างคือ น้องเม เอรียา จุฑานุกาล ลงแข่งขันรายการ US Women’s Open 2018 โดยที่บังเอิญว่า ถุงกอล์ฟน้องเมนั้นตามมาไม่ทันในรอบซ้อม และมีพายุฝนในรอบซ้อมจึงทำให้น้องเมไม่ได้ซ้อมอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมาคือ น้องเมได้แชมป์! ได้แชมป์โดยที่ไม่ได้ลงซ้อมในสนามจริงวันก่อนแข่ง ในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันคนอื่น ๆ นั้นได้ฝึกซ้อมด้วยการออกรอบจริง เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของการคว้าแชม์ปครั้งนี้คืออะไร

Deliberate Practice คืออะไร

Reposted from November 29, 2018 เค้าบอกว่ามืออาชีพไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟ นักดนตรี หรือนักกีฬามืออาชีพชนิดอื่น ๆ ล้วนแต่ใช้วิธีนี้ในการฝึกซ้อมทั้งนั้น สรุปแบบเวอร์ชั่นง่าย ๆ Deliberate Practice มันคือการซ้อมแบบเข้มข้นที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการฝึกซ้อมแต่ละครั้ง… หัวใจของการฝึกซ้อมแบบนี้คือการจำลองสถานการณ์ในการฝึกให้เหมือนจริงที่สุด และมันจะต้องทำให้เราอยู่ในภาวะความกดดัน หงุดหงิด โมโห พูดง่าย ๆ คือถ้าเริ่มฝึก Deliberate Practice เมื่อไหร่ มันจะต้องเป็นการฝึกที่ไม่ง่าย! แล้วมันก็จะยากขึ้นไปเรื่อยๆ เคยไหมครับพอไปถึงไดร์ฟวิ่ง เรนจ์ สั่งลูกมา 3 ถาดแล้วเริ่มตีไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่เหล็กสั้นไปจนถึงไดร์ฟเวอร์แบบไม่มีจุดหมาย ทำได้เพียงแค่หาว่าช็อตนี้ตีออกไปดีเพราะอะไร แล้วก็ช็อตไม่ดีมันเป็นเพราะอะไร  อย่างเช่นช็อตนี้ตีดีเป็นเพราะเราหมุนช่วงล่างดี ช็อตนี้ไม่ดีเพราะไม่เร่งความเร็วหัวไม้ โดยที่จริง ๆ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งที่คิดหาสาเหตุนั้น มันใช่จริง ๆ รึเปล่า ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนลูกหมด แล้วจบวันก็ไม่ได้อะไรเลย อย่างนี้เรียกว่าเป็นการฝึกที่ไม่ใช่ Deliberate Practice ซึ่งจะทำให้เราพัฒนาได้ช้าหรือไม่มีการพัฒนาเลย Case study ของผมเอง ตัวผมเองยอมรับเลยว่า ฝึกแบบไม่มีเป้าหมายแบบนี้มานานมากแล้ว และก็ยังทำอยู่ เวลาที่ต้องการจะปรับ Mechanic Swing ซึ่งตามสถิติของตัวเองที่เก็บมานั้นคือผลงานแย่ลงหรือไม่มีการพัฒนาในแง่ของสกอร์เฉลี่ยเลย.. หลังจากที่ได้อ่านบทความ ฟังพอดแคสเรื่อง Deliberate

How to control putting distances with your own natural tempo!

Reposted from October 31, 2018 ฝึกการใช้เทมโปกับความยาวของแบคสวิงเพื่อควบคุมระยะในการพัตต์ “หากเรามีเทมโป 76 ลูกพัตต์ของเราจะวิ่งไปไกลกว่าคนที่มีเทมโป 72 เมื่อความยาวแบคสวิงเท่ากัน” สิ่งสำคัญคือเราควรค้นหาว่า ความยาวแบคสโตรคในแต่ละตำแหน่งส่งผลต่อระยะทางที่ลูกกอล์ฟวิ่งไปบนกรีนได้ระยะเท่าไหร่…. วิธีฝึกเป็นแบบไหนอ่านต่อเลยครับ… ลองดูตามภาพจากหนังสือได้เลยครับ Drill: เตรียมลูกกอล์ฟ 12 ลูกโดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะ (15, 25, 35, 45 feet) ระยะละ 3 ลูก ถ้าเป็นไปได้ควรหาเชือกมาตรึงเป็นระยะที่บอกไว้ หรือถ้าเอาง่าย ๆ ก็ปักทีลงบนกรีนตามระยะ 15, 25, 35, 45 feet  เริ่มต้นด้วยการพัตต์ 3 ลูกแรกไปที่ระยะ 45 feet โดยพัตต์ตามจังหวะธรรมชาติของตัวเองที่ได้ฝึกมา แต่ต้องมั่นใจว่าได้พัตต์ตามจังหวะเทมโปที่ตั้งไว้ เมื่อพัตต์ระยะ 45 feet แล้ว เปลี่ยนระยะไปเป็น 35, 25, 15 ตามลำดับ ส่วนใครที่ยังไม่รู้เทมโปธรรมชาติของตัวเอง กลับไปอ่านบทความก่อนหน้า

How to use smartphone for a better putting

Reposted from October 29,2018 Tempo หรือ จังหวะในการพัตต์ตาม Metronome ของผมคือ 77 แล้วของเพื่อน ๆ คือเท่าไหร่?? ใครที่ยังไม่รู้ว่าจังหวะการพัตต์ธรรมชาติของตัวเราเองคือเท่าไหร่ ลองไปทำแบบทดสอบง่าย ๆ ในบทความที่แล้วของพวกเราดูครับ (Finding your own natural tempo for putting) เมื่อเรารู้ถึง tempo ที่เหมาะสมกับเราแล้ว อันดับแรกคือไปที่ Apple store สำหรับคนที่ใช้ iPhone แล้ว search คำว่า Tempo หรือ Metronome ตามรูป ยกตัวอย่าง Tempo ผมคือ 77 ให้เราไปกดเครื่องหมายบวกหรือลบเพื่อเลือกจังหวะเทมโป แล้วให้เลือกเทมโปเป็นแบบ 2/4 ตามรูป แล้วลองเปิดฟังเสียงจังหวะจะเป็นเสียง ติก ตอก ติก ตอก (tick tock) ไปเรื่อย ๆ

11 reasons why you aren’t getting any better at golf

Reposted from October 17,2018 กอล์ฟก็เหมือนกันกับเซกส์ คุณทำมันมาหลายปีแต่ไม่ค่อยมีการพัฒนา (แต่ก็ยังแอบมีความหวังอยู่) Jon Tattersall ครูสอนกอล์ฟที่ติดอันดับ 1 ใน 100 ของหนังสือกอล์ฟแมกกาซีน ได้อธิบายไว้แล้วใน 11 ข้อนี้ เชื่อว่าน่าจะมีอย่างน้อย ๆ สัก 1 ข้อที่ช่วยสะท้อนให้เพื่อน ๆ นักกอล์ฟสามารถเอาไปปรับปรุงเกมส์กอล์ฟได้ เลยเอามาแปลให้เพื่อนๆอ่านกันครับ 1. You never practice (คุณไม่ซ้อมเลย) เคยได้ยินกฏ 10,000 ชั่วโมงไหมครับ ถ้าอยากจะพัฒนาไปให้สุด ลองคิดเลขง่าย ๆ เปรียบเทียบดู 10 นาทีในการซ้อมกอล์ฟต่อเดือน สิ่งเดียวที่คุณได้คือคุณจะอยู่ที่จุดเดิม you are not going anywhere!! 2. Your practice unproductively (คุณฝึกซ้อมแบบไม่มีประสิทธิภาพ) ซัดไดรเวอร์ไปเรื่อย ๆ จนเหงื่อท่วมตัว สิ่งที่คุณได้เพิ่มขึ้นมาคือ อาการปวดหลังแล้วคุณก็จะไปได้ไม่ถึงจุดทีหวังไว้

ไมเคิล เฟลป์ส ฝึกแบบไหน ให้ว่ายน้ำในสภาวะที่มองไม่เห็นอะไรเลย!! EP2

Reposted from September 18, 2018 ทุก ๆ การแข่งขันของไมเคิล เฟลป์ส เค้าจะมีรูทีนที่ทำอยู่เป็นประจำจนเป็นนิสัยนั่นคือ การหลับตาแล้วจินตนาการถึงสโตรกในการว่ายที่สมบูรณ์แบบตั้งแต่เริ่มสโตรกแรกยันสโตรกสุดท้าย สิ่งที่เค้าจินตนาการนั้นมันละเอียดมากจนเค้ารู้ถึงจำนวนที่เค้าต้องสโตรกทั้งหมด จังหวะในการหายใจในแต่ละครั้งได้อย่างแม่นยำจนกระทั่งจังหวะสุดท้ายของการแตะขอบสระ ซึ่งหมือนกับว่าไมเคิล เฟลป์ส นั้นได้ฉายวีดีโอการแข่งที่สมบูรณ์แบบในจินตนาการของเค้าก่อนที่จะเริ่มแข่งจริง นี่คือสุดยอดเคล็ดลับของไมเคิล เฟลส์ป ที่ถึงแม้ว่าน้ำจะเข้าแว่นตาของเค้าจนมองไม่เห็น แต่เค้าก็สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้เพราะภาพในหัวก่อนการแข่งของไมเคิล เฟลป์ส นั้นชัดเจนมาก ชัดเจนแบบที่ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นแต่ก็สามารถว่ายน้ำจนทำลายสถิติโลกได้ในครั้งนั้น (ถ้าหากเราไปดูวีดีโอการแข่งขันย้อนหลังเชื่อผมเถอะว่าเราไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ ในการว่ายน้ำของเค้าเลย) ไมเคิล เฟลป์ส เคยให้สัมภาษณ์ไว้ในช่วงการฝึกซ้อมว่าเค้าได้พยายามคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในการแข่งขันจริง พร้อมทั้งคิดถึงวิธีการในการแก้ปัญหาไว้ทั้งหมด ซึ่งหนึ่งในเหตุการณ์นั้นคือน้ำเข้าแว่นตากันน้ำ เราจะเห็นได้ว่า ไมเคิล เฟลป์ส นั้นมีการเตรียมพร้อมไว้ทุกสถานการณ์ ซึ่งผมมองว่าในการเล่นกอล์ฟเราเองก็ควรฝึกซ้อมและเตรียมตัวในสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ เพราะในกีฬากอล์ฟนั้นมักมีสถานการณ์ยาก ๆ เกิดขึ้นเสมอ เช่น ลูกอยู่ในรัฟหนาข้างกรีนไลน์ลงเนิน ระเบิดทรายในบ่อลึก ระเบิดทรายระยะไกล ไลน์ไข่ดาว ลูกต่ำกว่าเท้า ลูกสูงกว่าเท้า ตีลูกออกจากป่าในช่องแคบ ๆ ตีลูกจากรอยดิวอท และอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา แล้วคำถามคือเราให้เวลาในการฝึกซ้อมเพื่อเจอกับปัญหาเหล่านี้เพียงพอหรือไม่… ใครจะไปรู้ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ นั้นอาจจะเกิดกับขึ้นกับเราในหลุมสุดท้ายหรือช็อตสุดท้าย เพื่อคว้าแชมป์ เพื่อให้ทีมชนะ เพื่อผ่านตัดตัว

ไมเคิล เฟลป์ส ฝึกแบบไหน ให้ว่ายน้ำในสภาวะที่มองไม่เห็นอะไรเลย!! 

Reposted from September 17, 2018 เรื่องราวอันน่าทึ่งในการทำลายสถิติโลก ของไมเคิล เฟลป์ส จะช่วยเกมส์กอล์ฟเราได้อย่างไร… การแข่งขันโอลิมปิคที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีนเมื่อปี 2008 ไมเคิล เฟลป์ส สุดยอดนักกีฬาว่ายน้ำที่เก่งที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา เค้าได้เหรียญทองไปถึง 8 เหรียญในโอลิมปิคทีประเทศจีนครั้งนั้น มีเหตุการณ์หนึ่งในนั้นที่น่าสนใจและสามารถเอามาปรับใช้กับการเล่นกอล์ฟได้เป็นอย่างดี ในระหว่างการแข่งว่ายน้ำท่าผีเสื้อระยะ 200 เมตร มีสิ่งหนึ่งที่ไม่คาดฝันได้เกิดขึ้นกับ ไมเคิล เฟลป์ส หลังจากเสียงปืนที่จุดสตาร์ทดัง ทันทีที่เริ่มว่ายน้ำ น้ำเริ่มซึมเข้าแว่นตาว่ายน้ำของเค้า ผ่านไป 150 เมตร น้ำเข้าแว่นตาของเค้าจนไม่สามารถมองเห็นพื้นสระหรือด้านหน้าได้เลย ถ้าหากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับเรา เราจะแก้ปัญหานี้ยังไง…  ถ้าเป็นตัวผมเองผมคงว่ายไม่เป็นเส้นตรงแน่ ๆ และน่าจะวิตกกังวลจนทำอะไรไม่ถูก แต่ไมเคิล เฟลป์ส เค้าว่ายน้ำทั้ง ๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลย ถ้าลองไปดูวีดีโอย้อนหลัง เราไม่สามารถรู้ถึงความผิดปกติได้เลย สโตรกในการว่ายน้ำของเค้านั้นสมบูรณ์แบบราวกับว่าเป็นการว่ายน้ำในสภาพปกติ เมื่อเค้าแตะที่ขอบสระ ไมเคิล เฟลป์ส มองที่นาฬิกา ไม่ใช่เพียงแค่เค้าได้เหรียญทอง แต่มันคือการทำลายสถิติโลกใหม่!! ภายใต้สภาวะที่เค้ามองไม่เห็นอะไรเลย เค้าทำได้ยังไง แล้วเราจะเรียนรู้วิธีของไมเคิล เฟลป์ส เพื่อเอามาปรับใช้การเล่นกอล์ฟได้ในรูปแบบไหน รอติดตามสุดยอดวิธีการของไมเคิล เฟลป์ส

มาหาคำตอบกัน ทำไม คีย์แกน แบรดลีย์ แชม์ป BMW Championship ต้องเอียงคอเวลาอ่านไลน์

Reposted from September 10, 2018 มาหาคำตอบกัน ทำไม คีย์แกน แบรดลีย์ แชม์ป BMW Championship ต้องเอียงคอเวลาอ่านไลน์ คีย์แกนบอกว่าเค้าเล็งไลน์แบบนี้ตั้งแต่สมัยเล่นกอล์ฟตอนเด็ก ๆ ซึ่งวิธีนี้ก็ติดตัวเค้ามาตลอดการเล่นกอล์ฟใน PGA Tour โดยการเอียงคอไปทางซ้ายเพื่อดูไลน์ มีคนเคยสัมภาษณ์แล้วถามคีย์แกนว่า แต่คุณเป็นคนที่มี Right-eye dominant ใช่ไหม ทำไมถึงเอียงคอไปทางซ้าย ทั้ง ๆ ที่คุณถนัดตาขวา ทำไมถึงไม่เอียงคอไปทางขวาแทนหละ คำตอบของคีย์แกนคือ ใช่ผมรู้ว่าผมถนัดตาขวา แต่การเอียงคอไปทางซ้ายผมทำมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วและรู้สึกว่ามันช่วยให้ดูไลน์ได้ง่ายขึ้น  สังเกตไหมครับถึงแม้ว่าคีย์แกนจะรู้ว่าเขาถนัดตาขวาแต่เค้าเลือกทำตามสิ่งที่เค้าถนัดแล้วรู้สึกว่ามันใช่มากกว่าการทำตามทฤษฎี ซึ่งตามทฤษฎีแล้วถ้าหากเราถนัดตาขวา วิธีที่เหมาะสมคือการเอียงคอไปทางขวาแล้วมองไลน์ด้วยตาขวา คีย์แกนเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ไม่ต้องทำอะไรตามทฤษฎีแต่ก็สามารถคว้าแชม์ปได้ ลองสังเกตดูอีกเรื่องก็ได้ รูทีนก่อนการตีกอล์ฟของเค้านั้นชอบเดินหน้าถอยหลังอยู่บ่อย ๆ ซึ่งก็เป็นวิธีแปลก ๆ ที่เราไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเช่นกัน หากอยากทราบว่าเราเป็นคนถนัดตาซ้ายหรือขวา ลองทำทดสอบที่ชื่อว่า Cyclops test ได้เลยครับ แล้วลองใช้ตาถนัดของเราเล็งไลน์ดู เราอาจจะมองไลน์ได้ชัดเจนขึ้น หรืออาจจะใช้วิธีตรงข้ามแบบคีย์แกน แบรดลีย์ ก็ได้ ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของเราที่จะทดลองหาวิธีที่เหมาะสมกับเราที่สุดและหากคุณเลือกแล้วจงเชื่อมั่นและนำไปใช้ด้วยความมั่นใจแบบคีย์แกน แบรดลีย์ ที่เค้าเลือกใช้วิธีของเค้าจนสามารถคว้าแชม์ปใน PGA Tour ได้

Don’t let a bad hole change your strategy (Mental Game Monday EP5)

Reposted from September 10, 2018 <Mental Game Monday EP5> เดินทางมาถึงข้อสุดท้ายแล้ว 5 Mindsets for a better golf TIP No.5 “Don’t let a bad hole change your strategy “ มีกี่ครั้งแล้วที่คุณออกดับเบิ้ลหรือทริปเปิ้ลโบกี้ในการเล่นหลุมแรก ๆหลังจากนั้นคุณเริ่มคิดว่าต้องหาเบอร์ดี้เพิ่มเพื่อชดเชยแต้มที่เสียไป คุณเริ่มเล่นบุกมากขึ้น แอปโพชช็อตจี้ธงมากขึ้น เริ่มเล่นช็อตเสี่ยง ๆ ที่คุณไม่เคยซ้อมมาก่อน ปัญหาคือคุณเริ่มเปลี่ยนแผนการเล่นและสิ่งที่ตามมาคือคุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงในเกมส์กอล์ฟของคุณ  ยกตัวอย่างเช่น คุณกำลังแอปโพชช็อตที่มีน้ำล้อมรอบแล้วคุณตีตกน้ำ ผลคือสกอร์คุณก็จะเสียเพิ่มแล้วอาจส่งผลให้หลุมต่อไปออกดับเบิ้ลหรือทริปเปิ้ลเพราะคุณต้องการบุกหาเบอร์ดี้มาชดเชยในหลุมที่เสียแต้มไป ท้ายที่สุดคือคุณไม่สามารถควบคุมสกอร์ได้ แผนการของคุณคือกุญแจสำคัญ แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นคือเมื่อมีหลุมแย่ ๆ เกิดขึ้นคุณจะต้องรักษาแผนการเล่นเดิมให้ได้แล้วเล่นต่อไปด้วยความอดทน ยกตัวอย่างเช่น หลุมสองออกดับเบิ้ลคุณยังเหลืออีก 16 หลุมให้เล่น คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มเล่นเสี่ยง ๆ ถ้าคุณอดทนมากพอแล้วเล่นตามแผนเท่ากับว่าคุณให้โอกาสตัวเองในการลดความเสี่ยงเพื่อให้มีโอกาสทำสกอร์ที่ดีได้ เพราะฉะนั้นอย่าไล่ล่าหาเบอร์ดี้เพื่อชดเชยสกอร์ที่เสียไป หลังจากเจอหลุมแย่ ๆ ข้อดีของการพยายามเล่นตามแผนที่วางไว้มันจะช่วยให้คุณฝึกความอดทนและเพิ่มความมั่นใจของคุณมากขึ้น หากคุณเปลี่ยนแผนการเล่นในสนามทุก 5