ถ้ามีเวลาฝึก 10,000 ชั่วโมง เราจะเก่งขึ้นจริงไหม?

Reposted from December 22, 2018

ว่าด้วยบทนำของหนังสือชื่อ Peak เป็นหนังสือที่บอกเราว่า “ทุกคนสามารถที่จะไปถึงเป้าหมายหรือข้ามขีดจำกัดของตัวเองได้เสมอ! “

หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนเรื่องเทคนิคกอล์ฟหรือเทคนิควงสวิงอะไรทั้งสิ้น แต่ผมบังเอิญรู้จักหนังสือเล่มนี้จากครูสอนกอล์ฟชื่อดังที่ฟังมาจาก The golf science lab ซึ่งผู้จัดรายการคือ Cody Walker

พวกเราเหล่านักกอล์ฟผู้แสวงหาเทคนิคการตีไกล เทคนิคที่จะพัฒนาให้วงสวิงของเราให้เหมือนโปร คงต้องรู้จัก… ครูสอนกอล์ฟคนนั้นคือ Clay Ballad แห่ง Top Speed Golf ซึ่ง Clay Ballad บอกว่าเป็นหนังสือเล่มโปรดของเค้าเลย

ในที่สุดหนังสือเล่มโปรดของ Clay ก็มาอยู่ในมือผม และก็คงจะเป็นเล่มโปรดของผมเช่นกัน

เข้าเรื่องหนังสือเลยแล้วกันครับ ทำไมคนเราถึงเก่งแบบสุด ๆ ไปจนถึงมือ 1 ของโลก หรือ สามารถทำอะไรที่สุดยอด ๆ ได้ ยกตัวอย่างเช่น ทำไม ไทเกอร์ วูดส์ ถึงได้ประสบความสำเร็จในกอล์ฟมากขนาดนี้ เป็นเพราะ ไทเกอร์ มีพรสรรค์? หรือ เก่งมาตั้งแต่เกิด?

บางคนอาจจะตอบว่าเพราะเค้ามีพรสรรค์ แต่คำตอบจากหนังสือเล่มนี้ไม่ใช่อย่างนั้นเลยครับ… ผู้เขียน Anders Ericsson และ Robert Pool นั้นได้ทำการสำรวจวิจัยการเก็บข้อมูลว่าคนเก่ง ๆ ในวงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิ่งมาราธอน วิ่ง 100 เมตร ตีกอล์ฟ แข่งรถ เล่นกีตาร์หรือไปจนถึงการทำขนมเค้ก นั้นไปถึงระดับ Top ของโลกได้ยังไง

คำตอบคือ มันคือการฝึกฝนอย่างเข้มข้นเพื่อให้… สมอง! เกิดการเปลี่ยนแปลง

มันไม่ใช่แค่การซ้อม ซ้อม ซ้อม แล้วก็ซ้อมแล้วเราจะเก่งขึ้น เหมือนอย่างที่เคยมีคนบอกไว้ว่า ถ้าอยากจะเก่งอะไรต้องฝึกให้ถึง 10,000 ชั่วโมง ซึ่งฟังดูแล้วน่าจะจริง แต่ในหนังสือแย้งและยกตัวอย่างเรื่องการฝึกตีเทนนิสของคนทั่วไปว่าอย่างงี้ครับ

สมมุติว่าเราไม่เคยเล่นเทนนิสเลย เราจึงเริ่มต้นด้วยการไปเรียนกับครูสอนเทนนิส เริ่มด้วยการจับ Racket ให้เป็น ฝึกตีโฟร์แฮนด์ ตีแบ๊คแฮนด์ ฝึกนอคลูกกับผนัง จนเริ่มสามารถตีลูกได้แม่นยำขึ้น จากที่แรก ๆ ตีไม่โดนลูก จนเริ่มไปเล่นกับเพื่อน  ๆใน Court ได้

ไปแรก ๆ ก็แพ้เพื่อนตลอด หลังจากแพ้ก็เริ่มฝึกฝนมากขึ้น เริ่มไปเล่นกับคนแปลกหน้าที่เก่งกว่าเรา จนฝีมือพัฒนาและเริ่มชนะเพื่อนได้ตลอด จากที่ตีลูกไม่โดนเลยในช่วงแรก จนชนะเพื่อนที่เล่นมาก่อนเราได้ตลอด

พูดง่าย ๆ คือฝึกจนสามารถเป็นระบบอัตโนมัติได้ เหมือนกับเราขับรถ แรก ๆ ทุกอย่างดูยากไปหมด พอขับได้แล้วแทบไม่ต้องคิดถึงเรื่องการเข้าเกียร์ เหยียบเบรกเลย ซึ่งกระบวนการฝึกแบบนี้ก็ไช่เรื่องผิดอะไร เราทุกคนก็ผ่านกระบวนการฝึกพัฒนามาแบบนี้ทั้งนั้น

แต่คำถามคือ ถ้าเราเล่นเทนนิสชนะเพื่อนคนเดิมตลอด แล้วเล่นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ อีก 10 ปี หรือเล่นเกิน 10,000 ชั่วโมง หรือขับรถไปเรื่อย ๆ อีก 10,000 ชั่วโมง ต่อจากนี้ไป เราจะเป็นนักเทนนิสที่เก่งขึ้นกว่าเดิมไหม?? คำตอบคือ อาจจะเล่นได้แย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ แล้วเราจะขับรถได้เก่งขึ้นไหม??? คำตอบคือ อาจจะขับได้แย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

เพราะว่าทุกอย่างกลายเป็นระบบอัตโนมัติไปหมดแล้ว สมองและร่างกายของเราแทบไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ ๆ เลย จึงทำให้ไม่เกินการพัฒนา เพราะสาเหตุนี้จึงทำให้คนบางคนดูเหมือนจะฝึกหนักแต่ผลงานนั้นไม่ไปไหน แต่กับอีกคนฝึกน้อยกว่าหรือฝึกเท่ากันแต่ดันมีพัฒนาการที่มากกว่า ซึ่งวิธีเดียวที่จะพาเราก้าวข้ามขีดความสามารถไปถึงระดับที่เราฝันเอาไว้ วิธีนั้นคือ Deliberate Practice หรือ Intense Practice

ในหนังสือเล่มนี้มีตัวอย่างงานวิจัยมากมายที่พูดถึงการฝึกอย่างเข้มข้น (Deliberate Practice) การฝึกแบบนี้ วิธีการนั้นสำคัญมาก หนังสือเล่มนี้จะพูดถึง การฝึกสมองให้ออกจาก Comfort Zone การฝึกแบบมีเป้าหมาย (Purposeful practice) และการมีเป้าหมายที่ชัดเจน (Cleared goals) การ Track progress และอีกส่วนสำคัญคือทำยังไงให้รักษากำลังใจในฝึกฝนไม่ให้ตก หรือไม่ยอมแพ้ไปง่าย ๆ เสียก่อน (Maintaining Motivation)

และนี่คือจุดเริ่มต้นสำหรับใครที่ยังต้องการข้ามขีดจำกัดของตัวเอง…

To be continued….

ฝากชอบ ฝากแชร์ จะช่วยให้มีบทความแนวใหม่ ๆ ออกมาเร็วขึ้นครับ

✍️PD_C2P_Golf

Leave Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *